ตรวจข้อสอบ > ชญานิศ อินทร์สุวรรณโณ > ชีวเคมีเชิงวิทยาศาสตร์การแพทย์ | Biochemistry > Part 1 > ตรวจ

ใช้เวลาสอบ 0 นาที

Back

# คำถาม คำตอบ ถูก / ผิด สาเหตุ/ขยายความ ทฤษฎีหลักคิด/อ้างอิงในการตอบ คะแนนเต็ม ให้คะแนน
1


จ. คาร์โบไฮเดรต

เป็นพอลิเมอร์ของน้ำตาลฟรักโตส

ค้นพบอินูลินครั้งแรกเมื่อ พ.ศ. 2361 โดยสกัดออกมาจากต้น Inula helenium อินูลินพบได้ในพืชหลายชนิด ส่วนมากพบในส่วนของหัวหรือรากสะสมอาหาร เช่น กระเทียมต้น หอม กระเทียม กะหล่ำปลี ทิวลิป หน่อไม้ฝรั่งรักเร่ (Dahlia) และชีคโอะริ (Chicory)และพบมากในหัวแก่นตะวัน และชีคโอะริ โดยประเทศในเขตหนาวจะใช้ชิกอรีกับแก่นตะวันในการผลิตอินูลินเชิงอุตสาหกรรม โดยพืชที่สะสมอินูลินจะไม่สะสมอาหารในรูปของแป้ง

6

-.50 -.25 +.25 เต็ม 0 -35% +30% +35%

2


ง. 2 และ 3

คนเป็นเบาหวานแสดงว่ามีกลูโคสในเลือดมากเกินไปแต่ร่างกายมีอินซูลินที่ไม่พอต่อการเปลี่ยนกลูโคสเป็นไกลโคเจนที่ตับได้ดังนั้นข้อ1และข้อ3จึงผิด

โรคเบาหวานเป็นภาวะความผิดปกติจาก ท่ีเกิดจากการเผาผลาญ (อรพินท์ สีขาว. 2558 : 1) มีลักษณะสําคัญคือระดับน้ําตาลในเลือดสูง ซึ่ง เป็นผลมาจากความบกพร่องในการหล่ังอินซูลิน ของร่างกาย หรือการออกฤทธิ์ของอินซูลินหรือท้ัง สองอย่างร่วมกัน การเกิดภาวะน้ําตาลในเลือดสูง เป็นระยะเวลานาน ทําให้เกิดภาวะแทรกซ้อน จากวารสารมฉก.วิชาการปีที่ 20 ฉบับที่ 39 กรกฎาคม - ธันวาคม 2559

6

-.50 -.25 +.25 เต็ม 0 -35% +30% +35%

3


ข. เอนไซม์เป็นสารประเภทโปรตีน

6

-.50 -.25 +.25 เต็ม 0 -35% +30% +35%

4


ข. ในร่างกายมนุษย์จะไม่พบโปรตีนที่มีกรดอะมิโนXและYเป็นองค์ประกอบ

6

-.50 -.25 +.25 เต็ม 0 -35% +30% +35%

5


ค.

แอมโฟเทริก คือสารประกอบที่ในโมเลกุลมีทั้งประจุบวกและประจุลบ เช่น โปรตีน

http://www.foodnetworksolution.com/wiki/word/4431/amphoteric-%E0%B9%81%E0%B8%AD%E0%B8%A1%E0%B9%82%E0%B8%9F%E0%B9%80%E0%B8%97%E0%B8%A3%E0%B8%B4%E0%B8%81

6

-.50 -.25 +.25 เต็ม 0 -35% +30% +35%

6


A คือ กลีเซอรอล B คือ กรดไขมัน C คือ ไตรกลีเซอรอล

ปฏิกิริยาไฮโดรไลซิส (hydrolysis) เป็นปฏิกิริยาการย่อยสลายพันธะเอสเทอร์ในโมเลกุลของไตรกลีเซอรไรด์ด้วยน้ำ ทำให้ได้กรดไขมันอิสระ (free fatty acid) โดยมีเอนไซม์ลิเพส (lipase) เป็นตัวเร่งปฏิกิริยา ทำให้มีค่าความเป็นกรด (acid value) สูงขึ้น

http://www.foodnetworksolution.com/wiki/word/1001/triglyceride-%E0%B9%84%E0%B8%95%E0%B8%A3%E0%B8%81%E0%B8%A5%E0%B8%B5%E0%B9%80%E0%B8%8B%E0%B8%AD%E0%B9%84%E0%B8%A3%E0%B8%94%E0%B9%8C

6

-.50 -.25 +.25 เต็ม 0 -35% +30% +35%

7


ก.

เพราลละ1.Wใช้จำนวนหยดไอโอดีนน้อยที่ดังนั้นจึงเป็นไขมันอิ่มตัวที่ดีที่สุด สามารถนำมาทอดได้ 2.Zเป็นไขมันไม่อิ่มตัวที่สุดเพราะใช้หยดไอโอดีนมาก แปลว่าสามารถฟอกจางส่ไอโอดีนได้

https://curadio.chula.ac.th/Images/Class-Onair/sc/2019/2019-08-01-2598-d585758.pdf

6

-.50 -.25 +.25 เต็ม 0 -35% +30% +35%

8


จ.

เนื่องจากทิ้งไว้แล้ว Y ยังเป็นของเหลว แสดงว่าจุดหลอมเหลวต่ำ ซึ่งเป็นไขมันไม่อิ่มตัว และเกิดการเหม็นหืนได้

กรดไขมันอิ่มตัว หรือไขมันไม่ดี เป็นกรดไขมันที่มีพันธะระหว่างอะตอมของคาร์บอนกับคาร์บอนยึดเหนี่ยวด้วยพันธะเดี่ยวทั้งหมด มีคุณสมบัติแข็งตัวง่าย มีจุดหลอมเหลวสูง ไม่เหม็นหืน กรดไขมันไม่อิ่มตัว หรือไขมันดี เป็นกรดไขมันที่มีพันธะระหว่างอะตอมของคาร์บอนกับคาร์บอนยึดเหนี่ยวด้วยพันธะคู่อย่างน้อย 1 พันธะ มีคุณสมบัติแข็งตัวยาก มีจุดหลอมเหลวต่ำ เกิดการเหม็นหืนได้

6

-.50 -.25 +.25 เต็ม 0 -35% +30% +35%

9


ข. น้ำมันมะกอกเท่านั้นที่มีกรดไขมันไม่อิ่มตัว จึงทำปฏิกิริยาฟอกจางสีโบรมีนได้

เพราะทุกตัวมีไลโนเลอิก โอเลอิก ไม่ใช่เพียงแค่มะกอกที่มีตัวเดียว

6

-.50 -.25 +.25 เต็ม 0 -35% +30% +35%

10


ข. ไข่ขาว , เอทิลแอซิเตต , น้ำตาลทราย

ข. กรดอะมิโน น้ำตาลทราย ไข่ขาว สาเหตุ x + ไบยูเร็ต ได้สีม่วง แสดงว่าเป็นโปรตีน y + เบเนดิกต์ ได้สีแดงอิฐ แสดงว่าเป็นน้ำตาลโมเลกุลเดี่ยว/คู่ z + ไอโอดีน ไม่เปลี่ยนแปลง แสดงว่าไม่ใช่แป้ง

ไบยูเร็ต + กรดอะมิโน ได้สารละลายสีม่วง เบเนดิกต์ + น้ำตาลโมเลกุลเดี่ยว/คู่ ได้สารละลายสีแดงอิฐ ไอโอดีน + แป้ง ได้สารละลายสีน้ำตาล

6

-.50 -.25 +.25 เต็ม 0 -35% +30% +35%

11


ค. ข้อ 1 และ ข้อ 3 ถูก

6

-.50 -.25 +.25 เต็ม 0 -35% +30% +35%

12


ค. มีข้อถูก 3 ข้อ

ข้อ4ผิดเราะไตรกลีเซอร์ไรด์เป็นไขมันสะสมให้ความอบอุ่นแก่ร่างกาย

https://amprohealth.com/bloodvessel/triglyceride/

6

-.50 -.25 +.25 เต็ม 0 -35% +30% +35%

13


6

-.50 -.25 +.25 เต็ม 0 -35% +30% +35%

14


6

-.50 -.25 +.25 เต็ม 0 -35% +30% +35%

15


ข. มีข้อถูก 2 ข้อ

6

-.50 -.25 +.25 เต็ม 0 -35% +30% +35%

16


จ. นมสด มอลโทส ข้าวต้ม

6

-.50 -.25 +.25 เต็ม 0 -35% +30% +35%

17


6

-.50 -.25 +.25 เต็ม 0 -35% +30% +35%

18


ก. W, X และ Y

Benedict's test เป็นวิธีทดสอบน้ำตาลโมเลกุลเดี่ยว (monosaccharide) และน้ำตาลโมเลกุลคู่ (disaccharide) ที่เป็นน้ำตาลรีดิวซิงทุกชนิด ยกเว้น น้ำตาลซูโครส (sucrose) โดยเมื่อต้มน้ำตาลรีดิวซิงกับสารละลาย Benedict ในภาวะที่เป็นด่าง น้ำตาลจะใช้หมู่แอลดีไฮด์ในการรีดิวซ์คิวพริกไอออน (Cu2+) ในสารละลาย Benedict เกิดเป็นตะกอนสีแดงอิฐของคิวพรัสออกไซด์ (Cu2O) ดังสมการ แต่หากได้รับความร้อนไม่มากพอ ตะกอนที่ได้อาจเป็นสีเหลือง สีเขียว หรือสีแดง

http://www.foodnetworksolution.com/wiki/word/2871/benedicts-test-%E0%B8%81%E0%B8%B2%E0%B8%A3%E0%B8%97%E0%B8%94%E0%B8%AA%E0%B8%AD%E0%B8%9A%E0%B9%80%E0%B8%9A%E0%B9%80%E0%B8%99%E0%B8%94%E0%B8%B4%E0%B8%81%E0%B8%95%E0%B9%8C

6

-.50 -.25 +.25 เต็ม 0 -35% +30% +35%

19


จ. กรดอะมิโน

6

-.50 -.25 +.25 เต็ม 0 -35% +30% +35%

20


5. Ferredoxin และ plastoquinone ถูกสร้างออกมามากขึ้นเพื่อทดแทนการทำงาน cytochrome ในกระบวนการถ่ายทอดอิเล็กตรอน

10

-.50 -.25 +.25 เต็ม 0 -35% +30% +35%

21


2. สามารถพบลักษณะของ cell membrane แบบ phospholipid bilayer ได้

10

-.50 -.25 +.25 เต็ม 0 -35% +30% +35%

22


ข้อใด ไม่ถูกต้อง เกี่ยวกับอะไมโลสและอะไมเลส

จ. อะไมโลส และอะไมเลสไม่ทำปฏิกิริยากับสารละลายนินไฮดริน

6

-.50 -.25 +.25 เต็ม 0 -35% +30% +35%

23


2. Lac operon เกี่ยวข้องกับกระบวนการ breakdown ของ lactose

7

-.50 -.25 +.25 เต็ม 0 -35% +30% +35%

24


2. Operon

7

-.50 -.25 +.25 เต็ม 0 -35% +30% +35%

25


2. Inducer

7

-.50 -.25 +.25 เต็ม 0 -35% +30% +35%

ผลคะแนน 54.3 เต็ม 161

แท๊ก หลักคิด
แท๊ก อธิบาย
แท๊ก ภาษา